คนไทยต้องตรวจประวัติอาชญากรรมเมื่อใด กฎหมายกำหนดหรือไม่
การตรวจสอบประวัติอาชญากรรม (Criminal Record Check) เป็นกระบวนการสำคัญทางกฎหมายและระเบียบปฏิบัติที่ใช้ในการยืนยันความบริสุทธิ์และประวัติพฤติกรรมของบุคคล ในอดีตขั้นตอนเหล่านี้อาจถูกมองว่าเป็นเรื่องไกลตัว หรือเกี่ยวข้องเฉพาะกับผู้ที่เคยกระทำความผิดเท่านั้น แต่ในปัจจุบัน บริบททางสังคมและข้อกฎหมายได้เปลี่ยนแปลงไป ทำให้ “การตรวจประวัติอาชญากรรม” เข้ามามีบทบาทสำคัญในชีวิตประจำวันของคนไทยมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการสมัครงาน การขอใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ หรือการเดินทางไปต่างประเทศ
บทความนี้จะอธิบายอย่างละเอียดในเชิงกฎหมายและระเบียบปฏิบัติว่า คนไทยจำเป็นต้องตรวจประวัติอาชญากรรมเมื่อใด มีกฎหมายฉบับใดกำหนดไว้หรือไม่ และขั้นตอนหลังจากได้รับเอกสารแล้ว หากต้องนำไปใช้ในต่างประเทศ เช่น ประเทศที่ใช้ภาษาสเปน จะมีขั้นตอนการ แปลภาษาสเปน หรือรับรองเอกสารอย่างไร เพื่อให้ผู้อ่านเข้าใจภาพรวมและสามารถเตรียมตัวได้อย่างถูกต้อง
กรณีที่กฎหมายหรือหน่วยงานร้องขอ
ความจำเป็นในการตรวจสอบประวัติอาชญากรรมนั้น ไม่ได้เกิดขึ้นจากความสมัครใจเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจาก “หน้าที่ตามกฎหมาย” หรือ “กฎระเบียบขององค์กร” ที่กำหนดไว้เพื่อความปลอดภัยและความมั่นคง สาเหตุหลักที่ทำให้บุคคลทั่วไปต้องเข้าสู่กระบวนการนี้ สามารถแบ่งออกเป็นหมวดหมู่สำคัญได้ดังนี้
การสมัครงานและการจ้างงานในองค์กรที่มีความเสี่ยงสูง
ในภาคธุรกิจและการจ้างงาน นายจ้างมีสิทธิที่จะตรวจสอบคุณสมบัติของผู้สมัครงานเพื่อให้มั่นใจว่าบุคคลนั้นมีความเหมาะสมและไม่เป็นภัยต่อองค์กร โดยเฉพาะในตำแหน่งงานที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัย ทรัพย์สิน หรือข้อมูลความลับ
- สถาบันการเงินและธนาคาร: ตามระเบียบของธนาคารแห่งประเทศไทยและกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับสถาบันการเงิน พนักงานที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องกับการรักษาเงินสด สินเชื่อ หรือระบบความปลอดภัยทางข้อมูล จำเป็นต้องผ่านการตรวจสอบประวัติอาชญากรรม เพื่อป้องกันการทุจริตและการฟอกเงิน
- พนักงานรักษาความปลอดภัย: ตามพระราชบัญญัติธุรกิจรักษาความปลอดภัย พ.ศ. 2558 กำหนดให้พนักงานรักษาความปลอดภัยรับอนุญาต (รปภ.) ต้องผ่านการตรวจสอบประวัติอาชญากรรมว่าไม่เคยต้องโทษในคดีความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ เพศ หรือชีวิตร่างกาย เพื่อรับใบอนุญาตธภ.7
- พนักงานขนส่งสาธารณะและแอปพลิเคชัน: กรมการขนส่งทางบกและผู้ให้บริการแพลตฟอร์มเรียกรถโดยสาร มีข้อกำหนดให้ผู้ขับขี่รถสาธารณะต้องมีประวัติอาชญากรรมที่ขาวสะอาด เพื่อความปลอดภัยของผู้โดยสาร
การขอใบอนุญาตประกอบวิชาชีพควบคุม
กฎหมายวิชาชีพหลายฉบับระบุคุณสมบัติของผู้ขอรับใบอนุญาตไว้อย่างชัดเจนว่า “ต้องไม่เป็นผู้มีความประพฤติเสื่อมเสียหรือบกพร่องในศีลธรรมอันดี” ซึ่งการพิสูจน์คุณสมบัตินี้กระทำผ่านการตรวจสอบประวัติอาชญากรรม
- วิชาชีพครูและบุคลากรทางการศึกษา: คุรุสภาและสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) มีระเบียบที่เข้มงวดในการคัดกรองบุคลากร เพื่อความปลอดภัยของนักเรียน ผู้ที่จะขอรับตั๋วครูหรือบรรจุเป็นข้าราชการครู จึงต้องผ่านการตรวจสอบประวัติอย่างละเอียด
- วิชาชีพทนายความ: สภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ กำหนดให้ผู้ที่จะขึ้นทะเบียนเป็นทนายความต้องไม่เคยต้องโทษจำคุกในคดีที่คณะกรรมการเห็นว่าจะนำมาซึ่งความเสื่อมเสียเกียรติศักดิ์แห่งวิชาชีพ
- วิชาชีพแพทย์และพยาบาล: ในขั้นตอนการขึ้นทะเบียนกับแพทยสภาหรือสภาการพยาบาล อาจมีการร้องขอข้อมูลด้านความประพฤติ โดยเฉพาะในกรณีที่มีประวัติเกี่ยวข้องกับยาเสพติด
การเดินทางไปต่างประเทศ การยื่นวีซ่า และการย้ายถิ่นฐาน
นี่คือหนึ่งในสาเหตุที่พบบ่อยที่สุดในปัจจุบัน สำหรับคนไทยที่ต้องการเดินทางไปศึกษาต่อ ทำงาน หรือย้ายถิ่นฐานถาวรในต่างประเทศ สถานทูตและหน่วยงานตรวจคนเข้าเมืองของประเทศปลายทางมักกำหนดให้ผู้ยื่นคำร้องต้องแสดง “หนังสือรับรองความประพฤติ” (Police Clearance Certificate) ที่ออกโดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
ข้อกำหนดนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อคัดกรองบุคคลที่อาจเป็นภัยต่อความมั่นคงของประเทศปลายทาง โดยความเข้มงวดจะขึ้นอยู่กับประเภทของวีซ่าและประเทศนั้นๆ
- วีซ่าทำงาน (Work Visa): แทบทุกประเทศกำหนดให้ต้องมีประวัติอาชญากรรมแนบไปพร้อมกับสัญญาจ้างงาน
- วีซ่านักเรียน (Student Visa): หลายประเทศในยุโรป อเมริกา และออสเตรเลีย กำหนดให้ผู้ที่ไปศึกษาต่อระยะยาว (เกิน 90 วัน หรือ 1 ปีขึ้นไป) ต้องยื่นผลการตรวจประวัติ
- วีซ่าคู่สมรสและวีซ่าถาวร (Residency/Immigration Visa): เป็นกรณีที่ต้องใช้เอกสารฉบับจริงพร้อมการรับรองนิติกรณ์สูงสุด
ตัวอย่าง: การเตรียมเอกสารสำหรับประเทศที่ใช้ภาษาสเปน
เพื่อให้เห็นภาพที่ชัดเจนขึ้น ขอยกตัวอย่างกรณีที่ผู้ร้องต้องการเดินทางไปประเทศสเปน หรือประเทศในกลุ่มลาตินอเมริกา ซึ่งเป็นกลุ่มประเทศที่มีขั้นตอนการจัดการเอกสารที่ซับซ้อนและเฉพาะเจาะจง
เมื่อท่านได้รับหนังสือรับรองความประพฤติจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ซึ่งมักจะออกเป็นภาษาอังกฤษ) ท่านยังไม่สามารถนำเอกสารนั้นไปยื่นสถานทูตได้ทันที เนื่องจากระเบียบของประเทศเหล่านั้นกำหนดว่า เอกสารราชการไทยต้องผ่านกระบวนการ แปลภาษาสเปน เสียก่อน
ทำไมต้องแปล? เอกสารราชการไทย หรือแม้แต่ฉบับภาษาอังกฤษที่ออกโดยราชการไทย อาจไม่เพียงพอต่อการพิจารณาคดีหรือคำร้องในระบบราชการของประเทศสเปน กฎหมายวิธีพิจารณาความของสเปนและระเบียบกระทรวงการต่างประเทศของเขาระบุให้เอกสารต่างประเทศต้องได้รับการแปลเป็นภาษาราชการ (ภาษาสเปน) โดยนักแปลที่ได้รับการรับรอง (Sworn Translator) หรือผ่านการรับรองที่ถูกต้อง
แปลสเปน ใช้ที่ไหน? คำถามที่พบบ่อยคือ แปลสเปน ใช้ที่ไหน ได้บ้าง คำตอบคือ ใช้ยื่นต่อสถานเอกอัครราชทูตสเปนประจำประเทศไทยเพื่อขอวีซ่า (เช่น Non-Lucrative Visa, Student Visa) หรือนำไปใช้ที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองในประเทศสเปนเพื่อขอใบถิ่นที่อยู่ (TIE) นอกจากนี้ ยังรวมถึงการใช้ในประเทศแถบอเมริกาใต้ เช่น อาร์เจนตินา ชิลี เปรู หรือโคลอมเบีย ในกรณีไปทำงานหรือจดทะเบียนสมรส
ความสำคัญของการ แปลเอกสารภาษาสเปน อย่างถูกต้อง การ แปลเอกสารภาษาสเปน ไม่ใช่เพียงแค่การแปลความหมาย แต่เป็นการแปล “คำศัพท์ทางกฎหมาย” (Legal Terminology) ให้ตรงกับบริบทของกฎหมายสเปน คำว่า “ไม่มีประวัติอาชญากรรม” หรือข้อกฎหมายที่ระบุในเอกสารไทย ต้องถูกถ่ายทอดอย่างแม่นยำ หากใช้คำผิดความหมาย อาจทำให้เจ้าหน้าที่กงสุลสงสัยในความถูกต้องของเอกสารและปฏิเสธคำร้องได้

ประเภทของการตรวจสอบประวัติอาชญากรรมในประเทศไทย
เพื่อให้เข้าใจถึงกระบวนการอย่างลึกซึ้ง ผู้ขอใช้บริการควรทราบว่าการตรวจสอบประวัติอาชญากรรมในประเทศไทย แบ่งออกเป็น 3 ประเภทหลัก ซึ่งแต่ละประเภทมีวัตถุประสงค์และการใช้งานที่แตกต่างกัน
การตรวจสอบประวัติด้วยชื่อและนามสกุล (Name Check)
วิธีนี้เป็นการตรวจสอบเบื้องต้น โดยใช้เลขบัตรประจำตัวประชาชน 13 หลัก ชื่อ และนามสกุล เพื่อค้นหาในฐานข้อมูลทะเบียนประวัติอาชญากร
ข้อดี: รวดเร็ว สะดวก
ข้อจำกัด: ความแม่นยำต่ำกว่าการพิมพ์ลายนิ้วมือ เนื่องจากอาจมีบุคคลที่มีชื่อ-นามสกุลซ้ำกัน หรือมีการเปลี่ยนชื่อ-สกุล วิธีนี้มักใช้ในการคัดกรองเบื้องต้นสำหรับการสมัครงานทั่วไปที่ไม่เข้มงวดมากนัก
การตรวจสอบประวัติด้วยลายนิ้วมือ (Fingerprint Check)
นี่คือวิธีมาตรฐานสากลและเป็นวิธีที่หน่วยงานราชการและสถานทูตยอมรับ การพิมพ์ลายนิ้วมือช่วยให้สามารถระบุตัวตนบุคคลได้อย่างแม่นยำ 100% ไม่ว่าบุคคลนั้นจะเปลี่ยนชื่อมากี่ครั้งก็ตาม
กระบวนการ: ผู้ร้องต้องพิมพ์ลายนิ้วมือทั้ง 10 นิ้ว ลงในแบบฟอร์มพิมพ์ลายนิ้วมือของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อส่งไปตรวจสอบเทียบกับฐานข้อมูลลายพิมพ์นิ้วมือผู้กระทำความผิด
การใช้งาน: ใช้สำหรับการขอหนังสือรับรองความประพฤติ (Police Clearance Certificate) เพื่อไปต่างประเทศ, การสมัครงานราชการ, และการขอใบอนุญาตวิชาชีพ
หนังสือรับรองความประพฤติ (Police Clearance Certificate)
เอกสารนี้ออกโดย “ศูนย์บริการออกหนังสือรับรองความประพฤติ กองบัญชาการตำรวจสันติบาล” (Police Clearance Service Center) โดยเฉพาะ
ลักษณะเอกสาร: เป็นเอกสารรับรองอย่างเป็นทางการ (มีทั้งฉบับภาษาไทยและภาษาอังกฤษ) ระบุว่าบุคคลนั้น “ไม่มีประวัติการกระทำความผิด” หรือหากมี ก็จะระบุรายละเอียดคดีและผลคดี
ความสำคัญ: เป็นเอกสารฉบับเดียวที่สถานทูตและหน่วยงานต่างประเทศยอมรับ
ขั้นตอนการขอหนังสือรับรองความประพฤติสำหรับบุคคลสัญชาติไทย
สำหรับผู้ที่ต้องการนำเอกสารไปใช้ต่างประเทศ หรือใช้สมัครงานในองค์กรที่เข้มงวด ขั้นตอนการดำเนินการมีรายละเอียดที่ต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด ดังนี้
เอกสารที่ต้องเตรียม (สำหรับยื่นขอด้วยตนเอง):
- หนังสือเดินทาง (Passport) ที่มีอายุเหลือไม่น้อยกว่า 6 เดือน (ตัวจริงพร้อมสำเนา)
- บัตรประจำตัวประชาชน (ตัวจริงพร้อมสำเนา)
- ทะเบียนบ้าน (สำเนา)
- หลักฐานการเปลี่ยนชื่อ-สกุล (ถ้ามี)
- หลักฐานทางทหาร (สด.8, สด.9 หรือ สด.43) สำหรับเพศชาย
- เอกสารยืนยันวัตถุประสงค์ เช่น หนังสือตอบรับจากมหาวิทยาลัย (กรณีเรียนต่อ), หนังสือสัญญาจ้างงาน (กรณีทำงาน), หรือหนังสือร้องขอจากสถานทูต
ระยะเวลาดำเนินการ: โดยปกติใช้เวลาประมาณ 7-14 วันทำการ (ไม่รวมวันหยุดราชการ) อย่างไรก็ตาม ในช่วงที่มีผู้ใช้บริการจำนวนมาก หรือกรณีที่พบประวัติที่ต้องตรวจสอบผลคดีเพิ่มเติม ระยะเวลาอาจขยายออกไป
ปัญหาที่พบบ่อยและข้อควรระวังในการตรวจสอบประวัติอาชญากรรม
แม้ดูเหมือนเป็นขั้นตอนธุรการทั่วไป แต่ในทางปฏิบัติมักเกิดปัญหาที่ทำให้ผู้ขอเอกสารเสียเวลาหรือพลาดโอกาสสำคัญได้
ประวัติค้างเก่า (Criminal Record Retention) หลายคนเข้าใจผิดว่าเมื่อคดีสิ้นสุดแล้ว หรือจ่ายค่าปรับแล้ว ประวัติจะถูกลบโดยอัตโนมัติ ในความเป็นจริง ข้อมูลอาจยังคงอยู่ในฐานข้อมูลทะเบียนประวัติอาชญากรจนกว่าจะมีการทำเรื่อง “คัดแยกประวัติ” ตามระเบียบสำนักงานตำรวจแห่งชาติ หากท่านเคยมีคดี (แม้จะเป็นคดีลหุโทษ หรือคดีที่ศาลยกฟ้อง) ท่านควรตรวจสอบและดำเนินการจัดการผลคดีให้เรียบร้อยก่อนยื่นขอหนังสือรับรอง เพื่อไม่ให้ประวัติปรากฏในใบรับรองความประพฤติ
ความถูกต้องของข้อมูลและการแปลภาษา เมื่อได้รับเอกสารภาษาอังกฤษจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติแล้ว อย่าลืมตรวจสอบตัวสะกด ชื่อ-นามสกุล และเลขหนังสือเดินทางให้ตรงกับ Passport ทุกตัวอักษร หากผิดแม้แต่นิดเดียว เอกสารนั้นอาจใช้การไม่ได้ในต่างประเทศ
นอกจากนี้ หากประเทศปลายทางไม่ได้ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาราชการ (เช่น สเปน ฝรั่งเศส อิตาลี เยอรมนี) ท่านต้องนำเอกสารไปแปลและรับรอง ดังที่กล่าวไปข้างต้นเรื่อง แปลภาษาสเปน หรือภาษาอื่นๆ การเลือกใช้บริการแปลที่ไม่ได้รับรองมาตรฐาน อาจทำให้สถานทูตปฏิเสธเอกสารของท่าน ซึ่งหมายถึงการต้องเริ่มต้นกระบวนการใหม่ทั้งหมด
อายุของเอกสาร (Validity) หนังสือรับรองความประพฤติมีอายุการใช้งานจำกัด โดยทั่วไปสถานทูตหรือนายจ้างจะยอมรับเอกสารที่มีอายุไม่เกิน 3 เดือน หรือ 6 เดือน นับจากวันที่ออกเอกสาร ดังนั้น ควรวางแผนการขอเอกสารให้สอดคล้องกับกำหนดการยื่นวีซ่าหรือสมัครงาน
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการตรวจประวัติอาชญากรรม
สถาบันแปลภาษาและรับรองเอกสาร Translingo
เบอร์โทร: 094-8958999
Line ID: @TRAN (มี @ ด้านหน้า)
Email: translingo@outlook.co.th
Website: http://www.translingo.ltd
ที่อยู่สำนักงานของเรา:
สาขาขอนแก่น: 95 โครงการ The Wall ถนนรื่นรมย์ ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น 40000
สาขากรุงเทพ: 61 ซอย ลาดพร้าว 95 (ปรางค์ทิพย์) แขวงคลองเจ้าคุณสิงห์ เขตวังทองหลาง กรุงเทพมหานคร 10310
สาขาอุดรธานี: โรงเรียนสอนภาษาเอ็นวายซีพลัส 31/43 ถนนศรีชมชื่น ตำบลหมากแข้ง อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี 41000
สาขาภูเก็ต: โรงเรียนกวดวิชาและสอนภาษาเอ็นวายซี 114/12 ถนนปฏิพัทธ์ ตำบลตลาดเหนือ อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต 83000


ใส่ความเห็น