ในขั้นตอนการขอวีซ่าเพื่อเดินทางไปยังต่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับการพำนักระยะยาว หนึ่งในเอกสารที่มีความสำคัญสูงสุดและมักสร้างความกังวลให้กับผู้ยื่นคำร้องคือ “ผลการตรวจประวัติอาชญากรรม” หรือที่เรียกอย่างเป็นทางการว่า หนังสือรับรองความประพฤติ (Police Clearance Certificate – PCC) เอกสารฉบับนี้ไม่ได้เป็นเพียงกระดาษยืนยันสถานะทางกฎหมาย แต่เป็นเครื่องมือคัดกรองความปลอดภัยระดับชาติที่สถานทูตและหน่วยงานตรวจคนเข้าเมืองทั่วโลกใช้เพื่อพิจารณา “คุณสมบัติทางจริยธรรมและลักษณะนิสัย” (Character Requirement) ของผู้ร้องขอ
บทความนี้จะเจาะลึกรายละเอียดเกี่ยวกับกระบวนการ ตรวจประวัติอาชญากรรม ยื่นวีซ่า โดยครอบคลุมถึงประเภทของวีซ่าที่จำเป็นต้องใช้ รายชื่อประเทศที่มีข้อกำหนดเข้มงวด และขั้นตอนการดำเนินการทางเอกสารที่ถูกต้องตามหลักกฎหมาย เพื่อให้การยื่นขอวีซ่าของคุณเป็นไปอย่างราบรื่นและถูกต้องตามมาตรฐานสากล
ทำไมการตรวจประวัติอาชญากรรมจึงสำคัญต่อการพิจารณาวีซ่า
ในมุมมองของกฎหมายระหว่างประเทศ รัฐมีอำนาจอธิปไตยในการอนุญาตหรือปฏิเสธบุคคลภายนอกที่จะเข้ามาในราชอาณาจักร หลักการสำคัญคือการป้องกันภัยคุกคามต่อความมั่นคงและความปลอดภัยของพลเมืองในประเทศนั้นๆ ดังนั้น การ ตรวจประวัติอาชญากรรม ยื่นวีซ่า จึงเป็นขั้นตอนบังคับสำหรับผู้ที่ต้องการย้ายถิ่นฐาน ไปทำงาน หรือไปศึกษาต่อ เพื่อยืนยันว่าผู้สมัครไม่มีประวัติการกระทำความผิดทางอาญาที่ร้ายแรง ไม่เป็นภัยสังคม หรือไม่มีคดีความที่ยังไม่สิ้นสุด
สำหรับผู้ที่มีสัญชาติไทย การขอหนังสือรับรองความประพฤติจะต้องดำเนินการผ่านศูนย์บริการออกหนังสือรับรองความประพฤติ กองบัญชาการตำรวจสันติบาล (Royal Thai Police) ซึ่งเอกสารนี้จะระบุชัดเจนว่าท่าน “ไม่พบประวัติการกระทำความผิด” (No Criminal Record) หรือหากมีประวัติ จะมีการระบุรายละเอียดของคดีและผลของคดีไว้อย่างชัดเจน
กลุ่มประเทศยอดนิยมและข้อกำหนดเรื่อง Police Clearance
คำถามที่พบบ่อยที่สุดคือ วีซ่าประเทศไหนต้องใช้ police clearance คำตอบนั้นขึ้นอยู่กับประเภทของวีซ่าและระยะเวลาในการพำนัก อย่างไรก็ตาม มีกลุ่มประเทศปลายทางยอดนิยมที่มีกฎระเบียบชัดเจน ดังนี้
สหรัฐอเมริกา (United States of America)
สหรัฐฯ เป็นประเทศที่มีมาตรการคัดกรองความปลอดภัยเข้มงวดที่สุดแห่งหนึ่งของโลก การยื่นขอวีซ่าถาวร (Immigrant Visa) หรือ “กรีนการ์ด” (Green Card) ทุกประเภท ผู้สมัครที่มีอายุตั้งแต่ 16 ปีขึ้นไป จะต้องยื่นใบรับรองประวัติอาชญากรรมจากทุกประเทศที่ตนเคยพำนักอาศัยเกิน 6 เดือนหรือ 1 ปี (แล้วแต่กรณี)
- วีซ่าคู่หมั้น (K-1): จำเป็นต้องใช้ผลตรวจประวัติอาชญากรรมประกอบการสัมภาษณ์
- วีซ่าทำงาน (H-1B, L-1): ในบางกรณีอาจมีการเรียกขอตรวจสอบประวัติเพิ่มเติม หากเจ้าหน้าที่กงสุลมีข้อสงสัย
- ความสำคัญ: สหรัฐฯ ให้ความสำคัญกับความผิดฐาน “Moral Turpitude” (ความประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง) หากมีประวัติเกี่ยวข้องกับยาเสพติดหรือการฉ้อโกง อาจส่งผลให้ถูกปฏิเสธวีซ่าถาวร
เครือรัฐออสเตรเลีย (Commonwealth of Australia)
ออสเตรเลียมีข้อกำหนดเรื่อง “Character Test” ภายใต้มาตรา 501 ของพระราชบัญญัติการย้ายถิ่นฐาน (Migration Act 1958) ที่ระบุว่าผู้ขอวีซ่าต้องผ่านการตรวจสอบประวัติอาชญากรรม
- วีซ่าทำงานและทักษะ (Skilled Migration): ต้องใช้ผลตรวจจากทุกประเทศที่พำนักรวมกันเกิน 12 เดือน ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา
- วีซ่านักเรียน (Student Visa – Subclass 500): โดยปกติอาจไม่เรียกขอในเบื้องต้น แต่หากหลักสูตรเกี่ยวข้องกับการดูแลเด็ก หรือด้านสุขภาพ จะต้องยื่นประกอบด้วย
- Work and Holiday (Subclass 462): ผู้สมัครสัญชาติไทยต้องยื่นผลการตรวจประวัติอาชญากรรมฉบับภาษาอังกฤษ
หมายเหตุสำคัญ: เอกสารไทยที่จะนำไปใช้ในออสเตรเลีย บ่อยครั้งต้องผ่านการแปลและรับรองโดยนักแปลที่ขึ้นทะเบียน NAATI (National Accreditation Authority for Translators and Interpreters) เพื่อความถูกต้องและได้รับการยอมรับทันที
สหราชอาณาจักร (United Kingdom)
สำหรับผู้ที่ต้องการเข้าไปทำงานใน UK ภายใต้ระบบ Points-Based System
- Skilled Worker Visa: หากงานที่ทำเกี่ยวข้องกับภาคการศึกษา สาธารณสุข หรือสังคมสงเคราะห์ ผู้สมัครต้องยื่น Criminal Record Certificate
- วีซ่าติดตาม (Dependent): คู่สมรสที่ติดตามผู้ถือวีซ่าทำงานในบางสาขาอาชีพ ก็ต้องยื่นผลตรวจเช่นกัน
แคนาดา (Canada)
ระบบตรวจคนเข้าเมืองของแคนาดา (IRCC) ระบุชัดเจนว่าผู้สมัครเพื่อการพำนักถาวร (Permanent Residence) ผ่านระบบ Express Entry หรือการสปอนเซอร์ทางครอบครัว ต้องยื่น Police Certificate
- วีซ่าทำงาน (Work Permit): หากเป็นงานที่เกี่ยวข้องกับการดูแลผู้ป่วย เด็ก หรือผู้สูงอายุ จะต้องมีการตรวจสอบประวัติอย่างละเอียด
- วีซ่านักเรียน: อาจถูกเรียกขอได้ หากเจ้าหน้าที่เห็นสมควร
ประเทศในกลุ่มเชงเก้น (Schengen Area)
โดยทั่วไป วีซ่าท่องเที่ยวระยะสั้น (Type C) ไม่ต้องใช้ใบรับรองความประพฤติ แต่หากเป็น วีซ่าระยะยาว (National Visa – Type D) เพื่อการทำงาน หรือย้ายถิ่นฐาน ประเทศสมาชิกส่วนใหญ่ เช่น เยอรมนี ฝรั่งเศส เบลเยียม จะกำหนดให้ยื่นเอกสารนี้ประกอบ และต้องผ่านการรับรองนิติกรณ์ (Legalization) จากกระทรวงการต่างประเทศของไทยก่อนเสมอ
สาธารณรัฐเกาหลี (South Korea) และไต้หวัน
ประเทศในเอเชียตะวันออกเริ่มมีความเข้มงวดมากขึ้น โดยเฉพาะแรงงานในระบบ EPS (เกาหลี) หรือแรงงานนำเข้าในไต้หวัน ต้องมีการตรวจประวัติอาชญากรรมเพื่อป้องกันปัญหายาเสพติดและอาชญากรรมข้ามชาติ
วีซ่าทำงาน / พำนักถาวร และเงื่อนไขเฉพาะที่ต้องรู้
การเตรียมตัวสำหรับ ตรวจประวัติอาชญากรรม ยื่นวีซ่า ไม่ได้ขึ้นอยู่กับประเทศปลายทางเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับ “ประเภทของวีซ่า” เป็นหลัก โดยสามารถจำแนกกลุ่มวีซ่าที่จำเป็นต้องใช้เอกสารนี้ได้ดังนี้:
วีซ่าถาวรและวีซ่าอพยพ (Immigrant & Permanent Resident Visa)
นี่คือกลุ่มที่ “บังคับ” ต้องใช้ ไม่ว่าจะเป็นวีซ่าจากการถูกรางวัลล็อตเตอรี่ (Green Card Lottery), วีซ่าติดตามครอบครัว, หรือวีซ่าเกษียณอายุในต่างประเทศ รัฐบาลต่างชาติต้องการความมั่นใจว่าผู้ที่จะเข้ามาเป็นพลเมือง หรือพำนักถาวร จะไม่สร้างภาระหรือความเสี่ยงให้กับสังคมของเขา
วีซ่าทำงานระยะยาว (Long-term Work Visa)
นายจ้างในต่างประเทศและหน่วยงานตรวจคนเข้าเมืองต้องการยืนยันความโปร่งใสของลูกจ้าง โดยเฉพาะตำแหน่งงานที่มีความละเอียดอ่อน เช่น:
- บุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข
- ครู อาจารย์ และพี่เลี้ยงเด็ก
- พนักงานรักษาความปลอดภัย
- งานที่เกี่ยวข้องกับการเงินและการธนาคาร
- งานวิศวกรรมในโครงการระดับชาติ
วีซ่านักลงทุนและผู้ประกอบการ (Investor & Business Visa)
หลายประเทศมีโครงการ Golden Visa หรือวีซ่านักลงทุน ซึ่งแม้จะใช้เงินลงทุนสูง แต่ก็ไม่ได้รับการยกเว้นเรื่องการตรวจสอบประวัติอาชญากรรม เพื่อป้องกันการฟอกเงิน (Anti-Money Laundering) และอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ
วีซ่าแต่งงานและคู่หมั้น (Marriage & Fiancé Visa)
เพื่อป้องกันขบวนการค้ามนุษย์และการหลอกลวง หลายประเทศ (เช่น สหรัฐฯ และกลุ่มประเทศยุโรป) กำหนดให้มีการตรวจสอบประวัติของทั้งผู้ยื่นคำร้อง (ชาวไทย) และบางครั้งรวมถึงสปอนเซอร์ (ชาวต่างชาติ) เพื่อความปลอดภัยของทั้งสองฝ่าย

ขั้นตอนและสิ่งที่ต้องระวังในการขอหนังสือรับรองความประพฤติ
เมื่อท่านทราบแล้วว่า วีซ่าประเทศไหนต้องใช้ police clearance หรือวีซ่าประเภทใดต้องใช้ สิ่งถัดมาคือการดำเนินการให้ถูกต้อง ในประเทศไทย หน่วยงานที่รับผิดชอบคือ “ศูนย์บริการออกหนังสือรับรองความประพฤติ” (Police Clearance Service Center) สังกัดกองบัญชาการตำรวจสันติบาล
ข้อควรระวังและคำแนะนำ:
- ความถูกต้องของข้อมูล: ชื่อ-นามสกุล ภาษาอังกฤษในใบรับรองความประพฤติ ต้องตรงกับหนังสือเดินทาง (Passport) ทุกตัวอักษร หากผิดเพี้ยนแม้แต่นิดเดียว สถานทูตอาจปฏิเสธเอกสารทันที
- อายุของเอกสาร: โดยทั่วไป หนังสือรับรองความประพฤติจะมีอายุการใช้งาน (Validity) อยู่ที่ 3 เดือน, 6 เดือน หรือ 1 ปี ขึ้นอยู่กับข้อกำหนดของสถานทูตแต่ละประเทศ ท่านควรวางแผนการขอให้สอดคล้องกับวันยื่นวีซ่า ไม่ควรขอล่วงหน้านานเกินไป
- ประวัติที่ “ไม่ใสสะอาด” (Adverse History): หากท่านเคยมีคดีความ แม้ว่าคดีจะสิ้นสุดแล้ว หรือได้รับการรอลงอาญา ข้อมูลเหล่านี้อาจยังปรากฏในระบบ การยื่นวีซ่าในกรณีนี้จำเป็นต้องใช้ “สำนวนคดี” และ “คำพิพากษาถึงที่สุด” ที่แปลเป็นภาษาอังกฤษและรับรองคำแปลอย่างถูกต้อง เพื่อชี้แจงต่อเจ้าหน้าที่กงสุล การปิดบังข้อมูลมักส่งผลร้ายแรงกว่าการเปิดเผยความจริง
บทบาทของการแปลและการรับรองเอกสาร (Legalization)
หนึ่งในอุปสรรคสำคัญที่ผู้ยื่นวีซ่ามักมองข้ามคือ “กำแพงภาษา” และ “ขั้นตอนทางกฎหมาย” แม้ว่าหนังสือรับรองความประพฤติจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติจะออกเป็นภาษาอังกฤษได้ แต่ในหลายกรณี เอกสารประกอบอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น บันทึกประจำวันตำรวจ, คำพิพากษาศาล (กรณีเคยมีคดี), หรือเอกสารแสดงความสัมพันธ์ทางครอบครัว ยังคงเป็นภาษาไทย
กระบวนการที่ถูกต้องเพื่อให้เอกสารใช้ได้จริงในต่างประเทศ:
- การแปลเอกสาร: เอกสารภาษาไทยต้องได้รับการแปลเป็นภาษาอังกฤษ (หรือภาษาของประเทศปลายทาง) โดยใช้ถ้อยคำทางกฎหมายที่ถูกต้อง แม่นยำ และเป็นทางการ
- การรับรองโดย Notary Public: สำหรับบางประเทศ หรือการทำธุรกรรมบางประเภท อาจต้องการการรับรองลายมือชื่อโดยทนายความที่ได้รับใบอนุญาต (Notarial Services Attorney)
- การรับรองกงสุล (Consular Legalization): นำเอกสารที่แปลแล้วไปรับรองที่กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ (MFA)
- การรับรองโดยสถานทูต: ขั้นตอนสุดท้ายคือนำเอกสารที่ผ่านกรมการกงสุลแล้ว ไปรับรองที่สถานทูตของประเทศปลายทางที่ตั้งอยู่ในประเทศไทย
กรณีพิเศษ: ออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ สำหรับการยื่นวีซ่าออสเตรเลีย การแปลเอกสารโดยนักแปลที่ได้รับใบอนุญาต NAATI (National Accreditation Authority for Translators and Interpreters) เป็นสิ่งที่แนะนำอย่างยิ่งและในหลายกรณีเป็นข้อบังคับ เอกสารที่ประทับตรา NAATI จะได้รับการยอมรับจากหน่วยงานราชการของออสเตรเลียทันที ช่วยลดความเสี่ยงในการถูกตีกลับเอกสารและประหยัดเวลาในการพิจารณา
เตรียมตัวให้พร้อม เพื่อความราบรื่น
การ ตรวจประวัติอาชญากรรม ยื่นวีซ่า เป็นกระบวนการที่ละเอียดอ่อนและมีความสำคัญต่ออนาคตในการเดินทางหรือย้ายถิ่นฐานของคุณ ความผิดพลาดเพียงเล็กน้อยในขั้นตอนการเตรียมเอกสาร การสะกดชื่อ หรือการแปลที่ไม่ถูกต้องตามหลักกฎหมาย อาจหมายถึงการเสียเวลาและโอกาสสำคัญ
การเลือกใช้บริการจากผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์ครอบคลุมทั้งด้านการแปล การรับรองนิติกรณ์ และมีความเข้าใจในระเบียบการของสถานทูตต่างๆ จะช่วยให้ท่านมั่นใจได้ว่าเอกสารทุกฉบับจะมีความสมบูรณ์ ถูกต้อง และพร้อมสำหรับการยื่นขอวีซ่าในทุกประเทศทั่วโลก
บริการครบวงจรจาก Translingo: เพื่อนคู่คิดด้านเอกสารและการเดินทางของคุณ
หากคุณกำลังมองหาตัวช่วยมืออาชีพในการจัดการเรื่องเอกสารสำหรับยื่นวีซ่า ไม่ว่าจะเป็นการแปลเอกสาร การรับรองนิติกรณ์ หรือบริการด้านวีซ่าครบวงจร Translingo พร้อมดูแลคุณด้วยมาตรฐานระดับสากล
ทำไมต้องเลือก Translingo?
- เชี่ยวชาญภาษา: บริการแปลเอกสารกว่า 196 ภาษาทั่วโลก โดยนักแปลเจ้าของภาษาและผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน
- มาตรฐาน NAATI: เรามีบริการแปลและรับรองโดยนักแปล NAATI รองรับการยื่นวีซ่าและธุรกรรมในประเทศออสเตรเลียโดยเฉพาะ
- บริการด้านกฎหมาย: รองรับงาน Notary Public, การรับรองเอกสารโดยกระทรวงยุติธรรม และการเดินเรื่องรับรองกงสุล/สถานทูต
- อำนวยความสะดวก: บริการตรวจประวัติอาชญากรรมสำหรับบุคคลสัญชาติไทย เพื่อลดความยุ่งยากในการเดินทางไปติดต่อหน่วยงานราชการด้วยตนเอง
- ครอบคลุมทุกสาขา: สะดวกสบายด้วยสำนักงานครอบคลุมหัวเมืองใหญ่ ทั้งขอนแก่น, กรุงเทพฯ, อุดรธานี และภูเก็ต
สถาบันแปลภาษาและรับรองเอกสาร Translingo
เบอร์โทร: 094-8958999
Line ID: @TRAN (มี @ ด้านหน้า)
Email: translingo@outlook.co.th
Website: http://www.translingo.ltd
ที่อยู่สำนักงานของเรา:
สาขาขอนแก่น: 95 โครงการ The Wall ถนนรื่นรมย์ ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น 40000
สาขากรุงเทพ: 61 ซอย ลาดพร้าว 95 (ปรางค์ทิพย์) แขวงคลองเจ้าคุณสิงห์ เขตวังทองหลาง กรุงเทพมหานคร 10310
สาขาอุดรธานี: โรงเรียนสอนภาษาเอ็นวายซีพลัส 31/43 ถนนศรีชมชื่น ตำบลหมากแข้ง อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี 41000
สาขาภูเก็ต: โรงเรียนกวดวิชาและสอนภาษาเอ็นวายซี 114/12 ถนนปฏิพัทธ์ ตำบลตลาดเหนือ อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต 83000


ใส่ความเห็น